เนื่องจากโลหะหนัก สามารถเข้าสู่ร่างกายได้จากการสัมผัสโดยตรง ทั้งจากการดูดซึมผ่านผิวหนัง การกิน การดื่ม หรือผ่านการหายใจ ดังนั้นประชาชน หรือผู้ทำงานในพื้นที่โรงงานหรืออุตสาหกรรมที่เสี่ยง หรือสัมผัสกับสารเคมีประเภทโลหะที่อันตราย ควรได้รับการตรวจวิเคราะห์ปัสสาวะ เพื่อตรวจสอบระดับการสะสมสารเคมีกลุ่มโลหะอย่างสม่ำเสมอ

การตรวจปริมาณโลหะหนักในปัสสาวะตาม Thai BEIs จะใช้เป็นแนวทางในการประเมินการสัมผัสหรือการได้รับสารเคมีต่าง ๆ ซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพในการดำรงชีวิต หรือการปฏิบัติงานที่ผ่านมา อีกทั้งเป็นการทดสอบประสิทธิภาพของอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคลในสถานที่ปฏิบัติงานอีกด้วย ทั้งนี้การตรวจสอบระดับการสะสมสารเคมีกลุ่มโลหะอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยลดอัตราการเสี่ยงต่อสุขภาพของผู้ที่สัมผัสสารนั้น ๆ ได้

แต่เนื่องจากตัวอย่างปัสสาวะมีความซับซ้อน มีตัวรบกวนในการตรวจวัดปริมาณโลหะค่อนข้างมาก จำเป็นต้องใช้เทคนิคที่จะช่วยลดผลของตัวรบกวนออกจากตัวธาตุที่ต้องการตรวจวัด โดยเทคนิคการวัดที่ มว. เลือกใช้คือ IDMS และ GSA-ICP-MS ซึ่งจะมีข้อแตกต่างในการเลือกใช้งานอย่างไรบ้าง ติดตามอ่านได้

เนื้อหาบทความ โดย
ดร.เนตติกานต์  อ่อนไทย, อุษณา ลี้เกรียงไกร และปริณดา มโนรัตน์
กลุ่มงานวิเคราะห์อนินทรีย์เคมี ฝ่ายมาตรวิทยาเคมีและชีวภาพ

Graphic design โดย
ฐานิยา คัมภิรานนท์
กลุ่มงานสื่อสารองค์การ


สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

.

Credit Vector: www.freepik.com